Monday, 28 September 2020

ดร.นิว จัดชุดใหญ่บิ๊กเบิ้ม สวนปากเพนกวิน ไม่รู้จริงเชิดชูจอมพล ป. สะท้อนคิดลอกแบบชาญวิทย์


กลายเป็นประเด็นวิวาทะผ่านหน้าเฟซบุ๊คที่ถูกพูดถึงอย่างมาก  สืบเนื่องจาก   ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความ แสดงความเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน  แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม  

การที่เพนกวินเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชูเผด็จการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม #สองเขาเบิ้มๆของเพนกวิน   ว่า   หลายวันที่ผ่านมานี้ เพนกวินหลงเชิดชู จอมพล ป. เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตยด้วยความภาคภูมิใจ โดยปราศจากความรู้ตามหลักวิชาสากล และขาดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสายตาชาวโลก ที่ต่างก็มอง จอมพล ป. เป็นเผด็จการทหาร และเผด็จการฟาสซิสต์ แล้ว จอมพล ป. ก็เคยนำประเทศไทยเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะเคียงข้างกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และ เบนิโต มุสโสลินี ในสงครามโลกครั้งที่ 2 

เมื่อศึกษาถึงต้นตอของปัญหาประชาธิปไตยในประเทศไทยจาก สารานุกรมบริแทนนิกา (Britannica) ซึ่งเป็นสารานุกรมภาษาอังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก แสดงให้เห็นข้อมูลสำคัญสอดคล้องกับบทความหลายๆชิ้นของผมก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นการปล้นพระราชอำนาจไปจากสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วไม่ได้สร้างประชาธิปไตย โดยไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน แต่อำนาจอธิปไตยกลับตกเป็นของคนส่วนน้อยนั่นก็คือ ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เรียกตัวเองว่า “คณะราษฎร” และรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการรักษาอำนาจของระบอบเผด็จการคณะราษฎร

เป็นสาเหตุสำคัญที่อำนาจอธิปไตยมาไม่ถึงมือของประชาชนตราบจนถึงทุกวันนี้ เพราะคณะราษฎรฉกฉวยอำนาจอธิปไตย แล้วไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน เป็นรากฐานของระบอบเผด็จการต่างๆเรื่อยมา ที่แม้แต่ในปัจจุบัน ผู้แทนในรัฐสภาก็ยังไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่เป็นหุ่นเชิดและเป็นกระบอกเสียงให้กับนายทุนของพรรคการเมือง 

ดังนั้นการยัดเยียดความขัดแย้งและโทษสถาบันฯ ว่าเป็นต้นตอของปัญหาจึงไม่ถูกต้องอย่างร้ายแรง มีแต่จะทำให้เกิดความแตกแยกและความเสียหายในประเทศชาติมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม โดยไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดต่อ “การสร้างประชาธิปไตยที่ถูกต้อง” หรือ “การทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง” 

 

สุดท้ายเพนกวินก็แค่เด็กโข่งไร้เดียงสา ที่ถูกทำแนวร่วม โดยการยัดเยียดความคิดความเชื่อที่ผิดๆ จนตกเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่ที่ชอบหลอกใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง และการนำม็อบของเพนกวินที่ถือแนวทางความรุนแรง มีเป้าหมายชัดเจนในการปะทะ ตลอดจนพฤติกรรมทำอะไรตามอำเภอใจโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อกฎหมายและสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น นอกจากจะหาสาระทางประชาธิปไตยไม่ได้แล้ว ยังมีแต่จะสร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติและสังคมไทยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
 

ต่อมา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน  ได้โพสต์ตอบโต้ข้อความว่า  “ถึง ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ   ที่ท่านพาดพิงกรณีที่ผมกล่าวถึงคุณูปการของจอมพล ป. พิบูลสงครามนั้น ก็เป็นเรื่องดีที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ผมต้องการให้การแลกเปลี่ยนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ข้อมูล และวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่เป็นระบบ จึงจะขอให้ท่านตอบคำถามต่อไปนี้

 

1. คณะราษฎรมิได้สร้างประชาธิปไตยอย่างไร ในเมื่อพวกเขาได้ยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และก่อกำหนดรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้ระบอบที่คณะราษฎรก่อกำเนิดนั้นจะยังไม่สมบูรณ์แต่ก็ต้องถามว่ามีประเทศไหนบ้างที่เริ่มต้นประชาธิปไตยมาแล้วสมบูรณ์แบบทันที และหากท่านบอกว่าคณะราษฎรซึ่งเห็นคนเป็นคนเป็นเผด็จการ แล้วระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ซึ่งกษัตริย์มีอำนาจเบ็ดเสร็จและเห็นคนเป็นฝุ่นนั้นจะเรียกว่าอะไร

2. คุณกลัาปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. คือผู้ที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างสถาบันชาติ ซึ่งถือว่าเป็นของประชาชนทุกคน จากเดิมที่ในยุคศักดินานั้น ชาติหมายถึงคน ๆ เดียว คือกษัตริย์  และคุณกชัาปฏิเสธหรือไม่ว่าถ้าไม่มีจอมพล ป. แล้วไซร้ วีรบุรุษวีรสตรีสามัญชนหลายท่านที่คุณชอบโหนกัน เช่น ท้างสุรนารี ชาวบ้านบางระจัน รวมไปถึงพระเจ้าตากสินซึ่งมีพื้นเพเป็นลูกจีนสามัญชนนั้น ก็จะไม่เป็นที่ถูกพูดถึงเพราะประวัติศาสตร์ฉบับศักดินาพูดถึงแต่วีรกรรมของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ ไม่พูดถึงความเสียสละของสามัญชนเลย

3. คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. และคณะราษฎรมีคุณูปการอย่างนิ่งต่อการส่งเสริมสิทธิสตรีในยุคแรก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทในสังคมนอกบ้าน ประกอบอาชีพ หรือแม้กระทั่งเปิดรับนักเรียนนายร้อยหญิงขึ้นเพื่อส่งเสริมสถานะของผู้หญิง จากเดิมที่ในยุคศักดินานั้น ผู้หญิงมีชีวิตเป็นได้แค่เมียกับแม่ คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. ไม่ได้ทำ

4. คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. ผลักดันการปฏิรูปที่ดินให้คนรวยไม่มีที่ดินมากเกินไปและคนจนพอมีที่ดินทำกิน จนทำให้ขัดแย้งกับสถาบันกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ในยุคนั้น

5. คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจุดแตกหักที่ทำให้จอมพล ป. ถูกรัฐประหารคือความพยายามรื้อคดีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ที่ถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมโดยศาลพิเศษที่ตั้งขึ้นโดยคณะรัฐประหาร เพื่อเปิดโปงคนร้ายตัวจริงและคืนความเป็นธรรมให้อาจารย์ปรีดีและแพะทั้งสามคน และด้วยเหตุนี้ สถาบันกษัตริย์จึงร้อนใจขนาดไฟเขียวให้จอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจจอมพล ป. กลัาปฏิเสธข้อมูลชุดนี้หรือไม่

6. รู้หรือเปล่าว่าจอมพล ป. ไม่ได้โกงกินบ้านเมืองจนร่ำรวยเหมือนจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม พลเอกสุนทร รวมถึงพลเอกประยุทธ์ด้วย หลังรัฐประหาร พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์จะยัดข้อหาทุจริตยังทำไม่ได้เลยเพราะไม่ได้มีทรัพย์สินมากมายอะไร ถ้าท่านเกลียดคนโกงนักหนาทำไมไม่เคารพจอมพล ป. ในจุดนี้
แน่นอนว่าจอมพล ป. ไม่ใช่เทวดา ไม่ได้เก่งเสียทุกอย่าง ดีเสียทุกเรื่อง แต่ไม่เป็นธรรมที่จะบอกว่าจอมพล ป. เป็นจอมเผด็จการทรราช มีแต่ด้านดำไปเสียทีเดียว คำพูดนั้นควรเก็บไว้ใช้กับสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถนอม กิตติขจร สุนทร คงสมพงศ์ ไล่มาถึงประยุทธ์ จันทร์โอชา   ผมไม่ได้เทิดทูนจอมพล ป. เสียจนเป็นสมมติเทพ แต่ผมขอเคารพท่านในฐานะนักเปลี่ยนแปลงครับ

 

 

ล่าสุด  ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว”   ได้โพสต์อธิบายในสิ่งที่  นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน  เรียกร้องให้ตอบข้อคำถาม  ว่า  #ตอบเพนกวินทะลุไปถึงชาญวิทย์แบบเบิ้มๆ   ใจเย็นๆครับ ประเด็นที่ผมพาดพิงคือ ความย้อนแย้งของเพนกวินที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชู จอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหาร ซึ่งแม้แต่ในสารานุกรมภาษาอังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่างสารานุกรมบริแทนนิกา (Britannica) ยังระบุไว้อย่างชัดเจน   [1] ในเมื่อไม่สามารถแก้ต่างในความย้อนแย้งของตัวเองได้ แล้วยังหันมาถามคำถามแก้เก้อ แสดงความรู้ไม่จริงออกมาอีก ก็จะช่วยตอบให้ เผื่อจะได้หลุดพ้นจากการเชื่อและจำชุดความคิดบิดเบือนตามๆกันมา เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak

 

1.การยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของคณะราษฎร ไม่ได้เป็นการสร้างประชาธิปไตย เพราะคณะราษฎรสร้างคณาธิปไตยขึ้นมาแทนที่ ทำให้อำนาจอธิปไตยที่ถ่ายโอนมาจากสถาบันพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในเงื้อมือของคณะราษฎร ไม่ได้มาถึงมือของประชาชน ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎรก็ไม่ได้มีสาระของการทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน หรือแม้แต่ในรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรทุกฉบับก็มีลักษณะเป็น “อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน” ไม่ได้เป็น “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” [2-7] แบบนี้คณะราษฎรแอบอ้างประชาธิปไตยแล้วใช้คำว่า “ราษฎร” หลอกลวงประชาชนหรือเปล่า? ประชาชนชาวไทยเคยมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่? เพราะคณะราษฎรหรือเปล่าที่เป็นต้นตอของประชาธิปไตยจอมปลอมที่ทำให้อำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษมาจนถึงทุกวันนี้? และสุดท้ายคณะราษฎรก็มีแต่ทะเลาะแย่งชิงอำนาจกันเอง ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจึงเป็นจึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการรักษาอำนาจของระบอบเผด็จการคณะราษฎรเท่านั้น [8]

 

ในส่วนแนวคิดที่สถาบันฯ เห็นคนเป็นฝุ่น มันน่าจะเป็นอคติของลัทธิความเชื่อที่งมงายของเพนกวินมากกว่า ไม่งั้นเขาคงไม่เลิกทาสหรอกครับ แถมเป็นการเลิกทาสที่เป็นไปโดยสันติวิธีไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อด้วย เพราะสถาบันฯ เห็นคนเป็นคน ไม่เหมือนกับคนบางกลุ่มที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา หลอกใช้คนออกมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง แถมจะพาไปสู่ความรุนแรง ไปสู่การปะทะตามที่คนกลุ่มนี้ต้องการ

2.จอมพล ป. สร้าง “ลัทธิชาตินิยม” แต่คนที่ “สร้างชาติ” ที่เป็นรัฐสมัยใหม่ วางรากฐานของชาติในหลากหลายด้านให้ทันสมัยใหม่ตัวจริง คือ ในหลวง ร.5 [9-10] ไม่ว่าจะเป็น การเลิกทาสวางรากฐานประชาธิปไตย การปฏิรูปการปกครอง การปฏิรูประบบราชการต่างๆให้มีความทันสมัยทัดเทียมชาติตะวันตก การศึกษาที่เปิดโอกาสไปถึงราษฎร การปกป้องประเทศจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การแพทย์แผนปัจจุบันและสาธารณสุข การก่อตั้งการประปา การไฟฟ้า การไปรษณีย์โทรเลข การโทรศัพท์ การสื่อสาร การรถไฟ การเงินสมัยใหม่ ฯลฯ [11] เพนกวินกล้าปฏิเสธความจริงเหล่านี้หรือไม่? 

แล้วชาติจะหมายถึงกษัตริย์หรือประชาชนโดดๆได้อย่างไร? ในเมื่อความหมายของรัฐสมัยใหม่ประกอบไปด้วย 1.ประชากร 2.ดินแดนที่มีอาณาเขตที่แน่นอน 3.อำนาจอธิปไตยที่ชัดเจน 4.รัฐบาลที่มีศูนย์กลางอำนาจในการปกครอง ถ้าจะอธิบายให้ถูกต้อง ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐบาล จากพระมหากษัตริย์เป็นคณะราษฎร ไม่ใช่ประชาชน เพราะคณะราษฎรยึดอำนาจอธิปไตยไว้เอง ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนตามที่ได้อธิบายไปในข้อแรก

3.ต้องถามว่า จอมพล ป. ริเริ่มการให้คุณค่ากับสิทธิสตรีด้วยตัวเองจริงๆหรือ? หรือในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างก็มีสิทธิและบทบาทหน้าที่ในสังคมมากยิ่งขึ้น[12-13] ? ดังนั้นสิ่งที่จอมพล ป. ทำถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์หญิงไทยเพื่อนำมารับใช้อุดมการณ์ชาตินิยมและท่านผู้นำอย่างจอมพล ป. เองหรือไม่? และผู้มีบทบาทอย่างแท้จริงน่าจะเป็นท่านผู้หญิงละเอียดมากกว่าหรือเปล่า? แล้วเพนกวินรู้หรือไม่ว่าการตระหนักถึงสิทธิสตรีเริ่มเกิดขึ้นในสมัยในหลวง ร.4 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ที่ถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูให้ผู้หญิงก้าวสู่ตลาดแรงงานและมีบทบาทในพื้นที่สาธารณะในทางเศรษฐกิจมากขึ้น [14]

4.การที่จอมพล ป. ผลักดันการปฏิปรูปที่ดินถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เหตุผลของการถูกยกเลิกเป็นเพราะไปขัดกับหลักการเศรษฐกิจเสรีนิยม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของธนาคารโลก [15] และอีกประการหนึ่ง จอมพล ป. เป็นเผด็จการ และไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน จึงไม่แปลกที่การปฏิรูปที่ดินโดยเผด็จการจะล้มเหลว

5.สาเหตุสำคัญของการรัฐประหารในครั้งนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นการรื้อคดีปลงพระชนม์ในหลวง ร.8 แต่เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกไม่เป็นธรรมจนนักศึกษาต่างพากันออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง [16-17] โดยเริ่มจากนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยการศึกษา ฯลฯ และประชาชนได้รวมตัวกันประท้วงการเลือกตั้ง ทั้งหมดเป็นเพราะจอมพล ป. ในฐานะคณะราษฎรรักษาอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนาน โดยที่ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน มีการคอรัปชั่น [1,16,18-19] และใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงกันข้ามตาม

 

ที่เห็นได้ชัดเจนคือ คุกตะรุเตาที่คณะราษฎรใช้ขังนักโทษการเมือง ฆ่า และทารุณกรรม [20] เพนกวินกล้าปฏิเสธความเป็นเผด็จการที่ป่าเถื่อนนี้ของคณะราษฎรหรือเปล่า? จนในที่สุดก็ไม่อาจรักษาอำนาจเผด็จการต่อไปได้ คณะราษฎรจึงถูกยึดอำนาจและสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามแม้จะมีการรัฐประหารแล้วเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ตลอดจนความรุนแรงหลายครั้ง แต่การสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทยก็ยังล้มเหลวมาจนถึงปัจจุบัน แล้วมันจะล้มเหลวไปสู่ความแตกแยกและเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม  เมื่อเพนกวินออกมาโทษสถาบันฯ ทั้งๆที่ปัญหาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสถาบันฯ 

6.จากคำตอบในข้อ 5.ก็มีอ้างอิงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่าจอมพล ป.มีทั้งการคอรัปชั่นและโกงการเลือกตั้ง จึงขอถามเพนกวินกลับไปว่าเพนกวินรู้ได้อย่างไรว่าจอมพล ป. ไม่ได้โกงบ้านกินเมือง? มีหลักฐานอะไรที่สามารถยืนยันได้บ้าง? หรือเป็นเพียงแค่ความเชื่อลอยๆที่เชื่อตามๆกันมา? ก่อนจะถามคนอื่นเพนกวินควรพิสูจน์ความถูกต้องของความเชื่อที่ตัวเองมีให้ได้เสียก่อน

 

เพนกวินควรจะศึกษาประวัติศาสตร์ให้รอบด้าน ไม่ใช่เชื่อตามๆกัน แล้วโหนสารพัดข้อมูลแบบมั่วๆ ไปโจมตีสถาบันฯ แบบหลักลอย ไม่รู้ว่าทุกวันนี้เพนกวินตอบตัวเองได้แล้วยังว่าจุดยืนของเพนกวินคืออะไรกันแน่? เชิดชูจอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหารและเผด็จการชาตินิยมฟาสซิสต์ แจกหนังสือคอมมิวนิสต์ให้สหายพรรคโดมปฏิวัติ ทำอะไรตามอำเภอใจฝักใฝ่ความรุนแรง ขาดวุฒิภาวะและความรับผิดชอบ ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ตกลงแล้วสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือลัทธิอะไรกันแน่? แอบอ้างประชาธิปไตยหลอกลวงผู้อื่นมาร่วมการชุมนุมหรือเปล่า?

Earl Riney เคยกล่าวว่า “Freedom without obligation is anarchy; freedom with obligation is democracy.” 

 

[21] แล้วแบบนี้ เพนกวินคิดว่าตัวเองขาดความรับผิดชอบจนเป็นอนาธิปไตย หรือมีความรับผิดชอบมากพอที่จะเป็นประชาธิปไตย? เพนกวินเข้าใจหรือไม่ว่าสิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้องมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ? แล้วเพนกวินเคยแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง? หรือว่าเก่งแต่ใส่ร้ายและละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นโดยปราศจากความรับผิดชอบใดๆ?   แอบสงสัยว่าเพนกวินเป็นลูกศิษย์ใครถึงพูดจาย้อนแย้งและรู้ไม่จริง 

จึงไม่แปลกใจที่เพนกวินสนับสนุนข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อที่ผิดหลักวิชาตั้งแต่ข้อแรก เพราะทุกประเทศในระบอบประชาธิปไตย มีความคุ้มกันประมุขแห่งรัฐ อยู่ในรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานปกติ แล้วมันจะยกเลิกได้อย่างไร? ตั้งแต่ข้อแรกก็ผิดหลักวิชาแล้ว

ก่อนจะใส่ร้ายสถาบันฯ เข้าใจหรือเปล่าว่า “อำนาจอธิปไตย” แตกต่างกับ “อำนาจในราชการส่วนพระองค์” อย่างไร?  ถ้าตอบคำถามไม่ได้ด้วยการอ้างอิงที่ชัดเจน ก็ควรล้มเลิกม็อบวันที่ 19 ก.ย. นี้เสียเถอะ เพราะมีแต่ความจำที่เชื่อตามๆกันมา ไม่ได้เป็นเจ้าของความคิด อีกทั้งแนวทางของเพนกวินก็เป็นการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายโดยใช้ม็อบที่ฝักใฝ่ความรุนแรง มีความต้องการในการปะทะเป็นเป้าหมาย แบบนี้เพนกวินเห็นชีวิตคนอื่นเป็นฝุ่นหรือเปล่า?

 

เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าทำไมเบี้ยในกระดานแต่ละตัวที่รวมกันเป็นม็อบในปัจจุบันถึงมีชุดความคิดที่คุณชาญวิทย์เองก็มี รวมถึงการเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชูเผด็จการจอมพล ป. เพื่อโหนอย่างมีอคติไปโจมตีสถาบันฯ ที่ผมมีประเด็นกับเพนกวินนี้ด้วย นอกจากนี้คุณชาญวิทย์ยังมีความสัมพันธ์นักเคลื่อนไหวแทบจะทุกกลุ่มไม่มากก็น้อย ตั้งแต่เครือข่ายอนาคตใหม่ เครือข่ายนิยมคณะราษฎร เครือข่ายอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มักจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวอีกหลายๆคน ตลอดจนลุงสุรชัย ชัชวาลพงศ์พันธ์ เจ้าของรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส

ถ้าคุณชาญวิทย์เป็นเจ้าของความคิดทั้งหมด คุณชาญวิทย์ก็ควรออกมานำขบวนการเคลื่อนไหวนี้ด้วยตัวเอง เป็นถึงครูบาอาจารย์ แก่จนอายุปูนนี้แล้ว ควรมีภาวะผู้นำที่คู่ควรแก่การนับถือ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อการรับผิดชอบต่ออุดมการณ์ของตัวเองเสียบ้าง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Charnvit Kasetsiri

เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่ถือกันคนละแนวทาง ผมถือแนวทางสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติที่มองว่าทั้งระบบคือปัญหา แล้วทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ใช้ความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของประชาชนแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แนวทางโทษสถาบันฯ เพิ่มความแตกแยกให้คนทะเลาะกัน แล้วนำไปสู่ความรุนแรง เป็นการสนองตัณหาของลัทธิคลั่งคณะราษฎร ไม่ได้เป็นไปเพื่อการสร้างประชาธิปไตย และประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
 

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน