Friday, 14 August 2020

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เผย ผลการชันสูตรจากนิติวิทยาศาสตร์ของ”น้องกานต์”


ในเฟซบุ๊ก รสริน หนูตอ โพสต์ข้อความระบุว่า เรื่องของน้องกานต์ ยิ่งรู้ ยิ่งสงสาร
-ตอนน้องกานต์เกิด อาเซ็นรับเป็นพ่อให้ เพราะพ่อแท้ๆ ไม่มีบัตรประชาชน
-พ่อแท้ๆ บอกว่า แม่น้องทิ้งไปตั้งแต่น้องขวบกว่า เพราะแม่มีแฟนใหม่

-แต่แม่น้องบอกว่า แม่เลี้ยงน้องกานต์จนถึงอายุ 3 ขวบ แล้วให้ทางพ่อเลี้ยง
-พ่อบอกว่า เอาน้องมาให้อาเลี้ยง ได้ประมาณปีนึง เพราะตัวเองต้องไปทำงานต่างจังหวัด ย้ายไปมาหลายที่ ไม่อยากให้ลูกย้ายโรงเรียนบ่อย จึงฝากอาเลี้ยง บวกกับพ่อเองก็มีแฟนใหม่ด้วย

-อามีลูกแท้ๆของตัวเอง 5 คน และน้องกานต์เป็นลูกบุญธรรมอีก 1 คน
-อา พึ่งพาเด็กๆ และเมีย ย้ายมาอยู่ที่นี้ ได้ 2 เดือน
-ก่อนหน้านี้ เคยให้น้องกานต์ นอนหน้าห้องน้ำ แต่ก็ย้ายให้มานอนเต้นท์ ข้างบ้านแทน สาเหตุ ที่ให้น้องกานต์ นอนเต้นท์ เพราะน้องฉี่ใส่ที่นอน และอาเป็นคนนอนดึก ถ้านอนในบ้านก็กลัวจะกวนหลานตื่น
 

เล่ามาถึงตรงนี้ ก็น่าสงสารแล้ว
-1 กรกฎา โรงเรียนเปิดเทอม พ่อส่งตังให้น้อง 5 พัน
-วันที่ 3 กรกฎา ก่อนน้องหายไป ครูที่โรงเรียนเล่าให้ฟัง บอกว่า วันนั้น หลังเลิกเรียน น้องไม่ยอมกลับบ้าน ขอเล่นของเล่นที่โรงเรียน ครูบอกว่า นึกยังไงไม่รู้ เอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปน้องเก็บไว้ จนภาพนั้น กลายเป็น #ภาพสุดท้ายของน้องกานต์
-สังเกตุในภาพ น้องกานต์ไม่มีแมสใส่เหมือนเด็กคนอื่น ไม่ใส่ชุดพละเหมือนเด็กคนอื่น
เห็นภาพน้องแล้วหดหู่ยังไงไม่รู้ ไม่รู้ว่าน้องเจออะไรก่อนตาย โอ้ยยยยย

 

 

ขณะที่ทวิตเตอร์ รายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า งานศพน้องกานต์ หนูน้อยวัย 6 ขวบถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายไร้เงาพ่อและแม่มีเพียงอากับอาสะใภ้ซึ่งไม่มีเงินในการจัดงานศพให้น้องดอกไม้หน้าศพก็ยังไม่มีส่วนคืนนี้โรงเรียนโป่งแรดเป็นเจ้าภาพแต่วันพรุ่งนี้ยังไม่มีเจ้าภาพ #น้องกานต์

 

 

แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่า  แม่ของ น้องกานต์ ได้ร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา  พร้อมเผยว่าตนเองได้ขอขมาต่อ น้องกานต์ ที่ในชาตินี้ไม่ได้ที่ดูแลลูกอย่างดีที่สุด และหากชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ได้กลับมาเป็นลูกแม่อีกครั้ง พร้อมตั้งจิตอธิษฐานให้เจ้าหน้าที่สามารถหาชิ้นส่วนร่างกายที่เหลือทั้งหมดให้ได้โดยเร็ว

 

ล่าสุด พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวถึงการเสียชีวิตของน้องกานต์ วัย 6 ขวบ ใน จ.จันทบุรี ว่า ผลการชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวทวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุผลว่าบาดแผลที่พบนั้น เกิดจากการกัดแทะของสัตว์ ซึ่งไม่พบร่องรอยการตัดเฉือนจากของมีคม ส่วนจะเสียชีวิตเกิดก่อนหรือหลังที่ถูกสัตว์กัดแทะร่าง เบื้องต้นจากการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานในพื้นที่พบว่า ถ้าหากถูกตัวเงินตัวทองหรือสุนัขกัด ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจะต้องได้ยินเสียงร้องของเด็ก จึงเป็นไปได้ว่าอาจถูกสัตว์มีพิษกัดก่อนที่จะถูกสัตว์กัดแทะร่างจนเหลือครึ่งท่อนบน นอกจากนี้ นิติเวชได้นำชิ้นเนื้อเข้าสู่กระบวนการทางทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนแล้ว แต่เนื่องจากสภาพศพเน่าเสีย จึงต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจพิสูจน์

 

 

อย่างไรก็ตาม ในการรวบรวมพยานหลักฐานนั้น ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งทางประเด็นวิทยาศาสตร์และประเด็นอื่นๆ มั่นใจจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ส่วนประเด็นครูประจำชั้นของน้องกานต์ เผยว่า หลังน้องกานต์ เสียชีวิต มีคนโทรมาถามเรื่องเงินประกันอุบัติเหตุของน้องกานต์ที่ทำไว้ที่โรงเรียน ครูก็ข้องใจ เพราะประกันตัวนี้ครูเป็นคนทำเรื่องให้น้อง 3 วัน ก่อนน้องจะเสียชีวิต 

 

ต่อมานางสาวจันทนา อาสะใภ้ของน้องกานต์ ยอมรับว่า หลังน้องกานต์ตาย ตนได้โทรไปสอบถาม ผอ.โรงเรียนฯ ถามเรื่องเงินประกันของน้อง จะได้นำเงินมาจัดงานศพ จะได้รู้ว่าต้องตั้งศพกี่วัน เพราะทั้งตนและพ่อแม่ของน้องไม่มีเงิน ไม่คิดจะนำมาใช้ส่วนตัว ใครจะคิดยังไงก็ปล่อยเขาไป ยืนยันไม่ได้ทำร้ายหลาน ถ้าคิดจะฆ่าเอาเงินประกัน ฆ่าลูกตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ เพราะมีลูกตั้ง 5 คน ที่ผ่านมาเลี้ยงดูหลานอย่างดีส่วนเรื่องที่แม่น้องกานต์ บอกว่าตนดูแลลูกเค้าไม่ดี ให้นอนเต๊นท์หน้าบ้าน เพราะน้องกานต์ฉี่รดที่นอน ให้นอนเต๊นท์เพื่อให้น้องรู้ตัวว่าเปียก ให้รู้สึกตัวขึ้นมาเปลี่ยนผ้า ฝึกให้น้องฉี่น้อยลง

 

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย

ข่าวด่วน
โดยสำนักข่าวทีนิวส์