Friday, 14 August 2020

เปิดหลักฐานสำคัญ รพ.ตร.ยันผลตรวจเลือด บอส อยู่วิทยา


ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ประชาชนยังคงให้ความสนใจ สำหรับเหตุกรณีการสรุปคดี  นายวรยุทธ  หรือ บอส  อยู่วิทยา   โดยการไม่สั่งฟ้อง   ฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4  โดยรองอัยการสูงสุด ขณะที่ ในฝ่ายของคณะทำงานสตช. ก็มีความเห็นไม่แย้งคำสั่ง ส่งผลให้คดีเป็นที่ยุติ   และ ผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีอาญากว่า 8 ปี กลายเป็นผู้บริสุทธิ์โดยปริยาย

กระทั่งต่อมามีรายงานว่า นายจารุชาติ มาดทอง 1 ใน 2 พยานปากเอก ได้เสียชีวิตแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อช่วงตี 1 ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่า พนักงานสอบสวนคดี บอส วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กระทิงแดง ชี้แจงเหตุเจอโคเคนในร่างกาย ว่าเกิดจากการทำฟัน จึงไม่แจ้งข้อหายาเสพติด ซึ่งหลังจากที่ข่าวดังกล่าวถูกนำเสนอออกไปนั้น มีหลายคนได้ตั้งคำถามว่า โคเคน ใช้ในทางการแพทย์จริงหรือ แล้วโคเคนชนิดไหนกันที่ถูกนำมาใช้ แล้วใช้ในปริมาณเท่าไร ซึ่งหลายคนที่เป็นทันตแพทย์ก็ถึงกับงงว่า การใช้โคเคนมาใช้ในการทำฟันนั้นมีอยู่ในตำราจริงหรือ เพราะปกติที่รักษาคนไข้ ก็ไม่ได้ใช้โคเคนแล้ว

 

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี นายกทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีการตรวจพบสารโคเคนในเลือดของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ซึ่งตำรวจอ้างข้อมูลของทันตแพทย์ว่า สารโคเคนที่ตรวจพบเกิดจากการรักษาฟัน ทำให้ตำรวจไม่สั่งฟ้องคดียาเสพติดว่า ปัจจุบันไม่มีทันตแพทย์ใช้สารโคเคนที่สกัดจากพืชโคคาในการทำฟันแล้ว เนื่องจากออกฤทธิ์ให้ความชาไม่นาน และมีผลข้างเคียงกับสุขภาพของผู้ป่วย โดยทำให้มีความดันโลหิตสูง จนส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ทันตแพทย์จึงหันไปใช้สารสังเคราะห์ชนิดอื่นที่ให้ฤทธิ์การชา ได้แก่ ลิโดเคน ,เมพิวาเคน ,อะทิเคน ที่ออกฤทธิ์ให้ความชาดีกว่าและมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยน้อยกว่า ทำให้ทันตแพทย์เลือกใช้สารกลุ่มดังกล่าว จนกระทั่งโคเคนไม่ถูกนำมาใช้และหายไปจากวงการทันตกรรม

 

อ่านข่าว – หน้าแหกมั๊ยล่ะ! ทันตแพทยสภา ประสานเสียง โต้คำแก้ตัวตร. อ้างหมอใช้โคเคนทำฟัน ไม่แจ้งข้อหา บอส อยู่วิทยา

ก่อนหน้านั้นในการประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร  กมธ.หลายคนได้สอบถามเหตุผลของการไม่แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด หลังผลการตรวจร่างกาย นายวรยุทธ  หรือ บอส  อยู่วิทยา   คณะแพทยศาสตร์  รพ.รามาธิบดี  ลงวันที่  1 ต.ค. 2555  ยืนยันพบสาร Benzoylecgonine ในเลือด   และเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกายหลังจากการเสพโคเคน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ

และเป็นทางด้าน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.สภ.สมุทรปราการ  (อดีต ผกก.สน.ทองหล่อ)   ชี้แจงว่า รายงานการตรวจสารแปลกปลอมในร่างกายนายวรยุทธ  โดยข้อเท็จจริงอยู่ในสำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ซึ่งส่งให้อัยการครบถ้วน แ ต่เหตุที่ไม่มีการสั่งฟ้องในข้อหานี้ เพราะเป็นดุลพินิจของคณะพนักงานสอบสวนหลายคน  แต่รายละเอียดขอไปชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สตช.ตั้งขึ้น 

ล่าสุดมีการเผยแพร่เอกสารอีกฉบับ เป็นผลการตรวจสารแปลกปลอมในร่างกายของนายวรยุทธ  อยู่วิทยา   จากโรงพยาบาลตำรวจ  ลงวันที่  16 ต.ค. 2555  ตอบข้อซักถามของ ผกก.สน.ทองหล่อ ( พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ยศตำแหน่งในขณะนั้น)    โดยมีประเด็นสำคัญของรับรู้ผลการตรวจสอบ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29  ต.ค. 2555  คือ   Benzoylecgonine  ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ  หรือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่เป็นเมตาบอไลต์  หรือ สารที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อเสพ cocaine ซึ่ง  cocaine จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522    และข้อคำถามว่าสารแปลกปลอม มีปนอยู่ในอาหารประเภทใดหรือไม่  รพ.ตำรวจ ชี้แจงว่า  Benzoylecgonine ไม่มีปนในยาหรืออาหารใด ๆ  และสามารถอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ประมาณ 20-40 ชั่วโมง
 

 

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวด่วน
โดยสำนักข่าวทีนิวส์